ข้อกำหนด

มาตรฐาน ISO22000

ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารที่มีมาตรฐานที่สุด

ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้สิ่งที่ทุกคนไม่สามารถมองข้ามได้เลยคือ เรื่องของการดูแลสุขภาพ ร่าง กายให้สมบูรณ์ รวมไปถึงการดูแลรูปร่าง และผิวพรรณก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้คนยุคสมัยนี้ที่ให้ความสำคัญรองลงมา


จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขในปี 2551 พบว่า 90% ของคนไทยมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน 60% เข้าข่ายเป็นโรคอ้วน 35% มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเส้นเลือดหัวใจตีบ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ “You Are What You Eat”

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ กาแฟ เพื่อสุขภาพ ล้วนแล้วแต่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น อาทิเช่น คอลลาเจน ถั่วขาว ไฟเบอร์ วิตามินรวม ถั่วเหลือง แคลเซี่ยม ไซเลี่ยมฮัลค์ ซอยแป๊ปไทด์ เป็นต้น


เรายังมีทีมพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมากประสบการณ์ สามารถมั่นใจได้เลยว่าสินค้าที่ได้ผลิตกับทางเรานั้น มีคุณภาพ และแตกต่างจากสินค้าอื่น ๆ ในตลาด

5 ข้อกำหนด ของมาตรฐาน ISO22000

องค์กรต้องจัดทำเอกสาร (Document) ซึ่งประกอบด้วยนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยของอาหาร ขั้นตอนการดำเนินการ (Proceduce) บันทึก (Record) และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต้องมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนด้านความปลอดภัยอาหาร โดยการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมกับบทบาทขององค์กรในห่วงโซ่อาหารและสอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงสื่อสารภายในองค์กรให้รับทราบ นอกจากนี้ต้องแต่งตั้งบุคคลมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Team Leader) เพื่อจัดทำระบบความปลอดภัยอาหาร รายงานประสิทธิผลของระบบ รวมทั้งประสานกับหน่วยงานภายนอก
องค์กรต้องจัดหาทรัพยากรให้เพียงพอทั้งวัสดุ สิ่งก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม รวมทั้งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการทางด้านความปลอดภัยอาหารเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดสอดคล้องกับมาตรฐาน
องค์กรต้องมีโปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะ (Pre-requisite programs) (PRPs) ซึ่งเป็น GAP (Good Agriculture Practice), GHP (Good Hygienic Practice), GVP (Good Veterinarian Practice), GDP (Good Distribution Practice), GPP (Good Production Practice), GTP (Good Tranding Pratice) และ GMP (Good Manufacturing Practice) ขึ้นอยู่กับประเภทผู้ประกอบการในห่วงโซ่อาหาร และต้องจัดทำเป็นเอกสาร องค์กรต้องนำหลักการของระบบ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) มาประยุกต์ใช้ เพื่อควบคุมอันตรายในผลิตภัณฑ์สุดท้ายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ก่อนการจัดส่งไปยังขึ้นต่อไปในห่วงโซ่อาหาร
องค์กรต้องทำการรับรอง (Validate) เพื่อแสดงว่า มาตรการนั้นๆ สามารถให้ผลค่าที่ตั้งไว้ในการควบคุมอันตราย มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถเพื่อให้ผลิตภัณฑ์บรรลุตามที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนและประเมินใหม่ ก่อนประยุกต์ใช้มาตรการควบคุมใน PRPs และแผน HACCP หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ

องค์กรต้องแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันว่าวิธีการเฝ้าระวัง การตรวจวัด และอุปกรณ์ มีความเหมาะสมที่สามารถให้ผลการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เครื่องมืออุปกรณ์ต้องมีการสอบเทียบ มีการจัดเก็บและรักษาบันทึกผลการสอบเทียบและทวนสอบระบบการจัดการด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น ตรวจประเมินภายใน (Internal audit) หากพบว่าการทวนสอบให้ผลไม่สอดคล้องตามแผน ต้องลงมือดำเนินการแก้ไขและต้องมีการวิเคราะห์ผลลัพธ์จากกิจกรรมการทวนสอบและรายงานผู้บริหารเพื่อนำเข้าสู่การประชุมทบทวนของฝ่ายบริหาร และใช้เป็นข้อมูลปรับระบบให้ทันสมัย

หลักการสำคัญของมาตรฐาน ISO22000

หลักการสำคัญของ ISO22000 ประกอบด้วยการวางแผน, การนำไปปฏิบัติ, ดำเนินการ การบำรุงรักษา และการปรับปรุงระบบบริหารงานด้านความปลอดภัยอาหารให้ทันสมัย เพื่อการผลิตสินค้าที่สอดคล้องตามการนำไปใช้ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค (plan, implement, operate, maintain and update a food safety management system aimed at providing products that according to their intended use are safe for the consumer) โดย

อ้างอิง : nfi สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม

Scroll to Top